สำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร
บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดมุกดาหาร ถ.วิวิธสุรการ อ.เมือง จ.มุกดาหาร 49000
โทรศัพท์ : 042-611-575 Email : mb_ops@moc.go.th

หนึ่งในคำถามที่หลายคนถามหลังการแถลงผลงาน 90 วัน คือ
“นอมินีลดลง 75% ตัวเลขนี้มาจากไหน และลดลงเพราะอะไร?”
วันนี้ขออธิบายให้เห็นภาพชัดขึ้น
ตัวเลข “ลดลงเกือบ 75%” มาจากจำนวน นิติบุคคลจดทะเบียนใหม่ที่เข้าลักษณะกลุ่มเสี่ยงนอมินี ในช่วงวันที่ 1–20 สิงหาคม 2569
• ปี 2568 พบ 561 บริษัท
• ปี 2569 พบ 141 บริษัท
เท่ากับลดลง 420 บริษัท หรือ ลดลงเกือบ 75%
ขอย้ำว่า ตัวเลขนี้ ไม่ได้หมายความว่านอมินีทั้งหมดในประเทศไทยลดลง 75% แต่หมายถึง “บริษัทที่จดทะเบียนใหม่และมีลักษณะเสี่ยงเป็นนอมินี” ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
แล้วอะไรทำให้ตัวเลขลดลง?
กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการควบคู่กัน 2 ด้าน คือ ป้องกันก่อนจดทะเบียน และ ตรวจสอบย้อนหลังบริษัทที่จดทะเบียนแล้ว
1) คัดกรองให้เข้มขึ้นตั้งแต่ก่อนจดทะเบียน
เราเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบข้อมูลสำคัญ เช่น ผู้ถือหุ้น ผู้มีอำนาจควบคุมกิจการ และใช้ฐานข้อมูลจากหลายหน่วยงานมาช่วยตรวจสอบความเสี่ยง
ตัวอย่างเช่น
นำข้อมูลผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 13 ล้านรายชื่อ มาตรวจสอบ เพื่อป้องกันการนำชื่อประชาชนไปใช้เป็นผู้ถือหุ้นหรือกรรมการโดยเจ้าตัวไม่รู้ตัว
นำข้อมูลบัญชีม้าประมาณ 98,000 ราย มาเปรียบเทียบกับข้อมูลทะเบียนนิติบุคคล 1,000,000 ราย เพื่อค้นหาความเชื่อมโยงที่อาจมีความเสี่ยง
เปรียบง่าย ๆ คือ ก่อนจะเปิดประตูให้ธุรกิจเข้ามาในระบบ เราเพิ่มการตรวจบัตรและตรวจสัมภาระให้ละเอียดขึ้น เพื่อไม่ให้ผู้ที่มีเจตนาไม่สุจริตใช้ช่องทางจดทะเบียนนิติบุคคลเป็นเครื่องมือ
2) ตรวจสอบบริษัทที่อยู่ในระบบแล้ว
สำหรับบริษัทที่จดทะเบียนไปก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์ทำงานร่วมกับ 23 หน่วยงานพันธมิตร เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล คัดกรองความเสี่ยง และส่งต่อให้หน่วยงานที่มีอำนาจดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมาย
ที่ผ่านมา เราได้
ส่งข้อมูลกลุ่มเสี่ยงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบต่อแล้วกว่า 50,000 ราย
ลงพื้นที่ตรวจสอบ 46 พื้นที่ ใน 13 จังหวัด
ใช้ 4 คำสั่ง และ 2 ประกาศ เพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการป้องกันและปราบปรามนอมินี รวมถึงการใช้บัญชีม้าในนามนิติบุคคล
เป้าหมายคือ “ธุรกิจสุจริตต้องทำได้ง่าย”
หลักคิดสำคัญคือ เราต้องแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทาง ไม่ปล่อยให้ผู้ไม่หวังดีเข้ามาใช้ระบบเพื่อเอาเปรียบผู้อื่นหรือสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ
กระทรวงพาณิชย์จึงเดินหน้าทำงานทั้ง 2 ด้านไปพร้อมกัน คือ
• ป้องกัน ไม่ให้ผู้ที่มีเจตนาไม่สุจริตเข้ามาใช้ระบบได้โดยง่าย
• ตรวจสอบ ธุรกิจที่อยู่ในระบบแล้ว หากพบความเสี่ยงหรือพฤติกรรมน่าสงสัย
• อำนวยความสะดวก ให้ผู้ประกอบการสุจริตสามารถทำธุรกิจได้คล่องตัว แข่งขันได้อย่างเป็นธรรม
เพราะเป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการลดตัวเลขกลุ่มเสี่ยง แต่คือการสร้างระบบธุรกิจไทยที่โปร่งใส เป็นธรรม และเปิดโอกาสให้คนดีทำธุรกิจได้อย่างมั่นใจ